ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานพัฒนสังคมและึความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
 
 
 
 
 
        องค์ความรู้จากงานวิจัย : การพัฒนาสังคมเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคม

ส่วนที่ 1
การศึกษาสถานการณ์ทางสังคมในประเด็นของสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ของประเทศไทย

                    ผลการศึกษาสถานการณ์ทางสังคมในประเด็นของสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ  ทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ของประเทศไทยที่สอดคล้องกับภารกิจหลักของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และวิเคราะห์สถานการณ์ของสังคมไทยในการพัฒนานโยบายและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมทั้งในระดับมหาภาคและระดับจุลภาคที่นำไปสู่การปฏิบัติการในการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมไทยมีข้อค้นพบดังนี้

     1. สถานการณ์ปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในประเด็นของสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ  ทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศไทย

ผลจากการสังเคราะห์เอกสารต่างๆ  และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของสังคมไทย  พบว่า  ประเด็นปัญหาต่างๆ  ในแต่ละมิติที่ประกอบด้วย  มิติด้านสภาพทางกายภาพ  มิติด้านการใช้ชีวิตประจำวัน  มิติด้านความเป็นอยู่  มิติด้านวิถีชีวิต  มิติด้านเศรษฐกิจ  มิติด้านสิ่งแวดล้อม  และมิติด้านการเมืองการปกครอง  ซึ่งในมิติดังกล่าวทั้งหมดนั้นได้มีความเชื่อมโยงกัน  ทำให้เห็นภาพรวมของปัญหาของสังคมไทยในแต่ละมิติของประเด็นต่างๆ  ในระดับมหาภาคและระดับจุลภาคสามารถสรุปประเด็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันที่เป็นปัญหารุนแรงในสังคมไทยเป็นอันดับแรกคือ  ปัญหาความยากจน  รองลงมาคือ  ปัญหาการเข้าถึงทรัพยากรซึ่งปัญหาทั้งสองประเด็นนั้นเป็นข้อสรุปจากการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ที่เป็นการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งบทความและรายงานทางวิชาการจากแหล่งข้อมูลสำคัญของประเทศไทยที่ได้มีการสรุปรวบรวมไว้เป็นหลักฐานข้อมูล
ผลจากการสังคมเคราะห์ประเด็นสถานการณ์ปัยหาของสังคมไทยจากผู้รู้ (Key Informant) ในวงกว้างพบว่า  จากการสรุปประเด็นแนวโน้มส่วนใหญ่ของผู้รู้ (Key Informant) ในวงกว้างมีความคิดเห็นในแต่ละมิติของประเด็นต่างๆ  ในระดับมหาภาคและระดับจุลภาค  สามารถสรุปประเด็นปัญหาต่างๆ  ในแต่ละมิติที่ประกอบด้วยมิติด้านสภาพทางกายภาพ  มิติด้านการใช้ชีวิติประจำวัน  มิติด้านความเป็นอยู่มิติด้านวิถีชีวิต มิติด้านเศรษฐกิจ  มิติด้านสิ่งแวดล้อม  และมิติด้านการเมืองการปกครอง  ซึ่งในมิติดังกล่าวทั้งหมดนั้นได้มีความเชื่อมโยงกัน  ทำให้เห็นภาพรวมของปัญหาของส้งคมไทยในแต่ละมิติของประเด็นต่างๆ  ในระดับมหาภาคและระดับจุลภาคสามารถสรุปประเด็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันที่เป็นปัญหารุนแรงในสังคมไทยเป็นอันดับแรก  คือ  ปัญหาความยากจน  รองลงมาคือ  ปัญหาการเข้าถึงทรัพยากร  ซึ่งปัญหาดังกล่าวต้องได้รับการแก้ไขหรือหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมที่ควรดำเนินการเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม  และเป็นการเพิ่มโอกาสในความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคม
ดังนั้น  จากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งบทความและรายงานทางวิชาการจากแหล่งข้อมูลสำคัญของประเทศไทยและจากความคิดเห็นของผู้รู้ (Key Informant) ในวงกว้าง  แต่ละมิติของประเด็นต่างๆ  ในระดับมหาภาคและระดับจุลภาค  พบว่า  มีความสอดคล้องกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกล่าวคือ  ประเด็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันที่เป็นปัญหารุนแรงในสังคมไทยมี  2  ประเด็นคือ  ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความยากจน  และปัญหาในเรื่องทรัพยากรในการประกอบอาชีพรวมทั้งการดำรงชีพ
อย่างไรก็ตาม  จากประเด็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวทางหรือกลกในการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมหรือความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม  และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีโอกาสในความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมต่อไปในอนาคต

     2.สถานการณ์ของสังคมไทยในการพัฒนานโยบายและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคม

ผลจากการศึกษาสถานการณ์จริงในพื้นที่ทั้งในพื้นที่เขตเมืองและพื้นที่เขตชนบท  พบว่า  ข้อค้นพบที่ได้จากการลงพื้นที่  กล่าวคือ
2.1 ความเชื่อมโยงของสภาพปัญหา
กรณีชุมชนชนบท  ทรัพยากรที่ไม่เพียงพอและการขาดแคลนทรัพยากรนำไปสู่การขาดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและความยากจน  เช่น กรณีขาดโอกาสในที่ดินทำกินส่งผลให้ขาดโอกาสในการทำมาหากิน  และประกอบอาชีพ  ซึ่งนำไปสู่การมีรายได้ที่จำกัดและความยากจน
กรณีชุมชนเมือง  การขาดที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถาวร  ส่งผลให้ขาดความมั่นคงในชีวิต  ขาดโอกาสทางสังคม  และถูกกีดกันทางสังคม  ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเข้าถึงการประกอบอาชีพที่มั่นคง  และนำไปสู่เรื่องของความยากจน
การขาดทรัพยากร  โดยเฉพาะทรัพยากรในเรื่องของที่ดินทำกินในการประกอบอาชีพ  มีการเชื่อมโยงกับปัญหาความยากจนที่เป็นปัญหาหลัก  ส่วนการขาดที่อยู่อาศัยในเรื่องของความมั่นคงในชีวิต  นำไปสู่ผลทางอ้อมต่อการดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
ดังนั้น  การสร้างโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและการสร้างความมั่นคงในชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยพื้นฐาน  ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะนำไปสู่การลดปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของสังคมได้

2.2 การประกอบอาชีพหลัก
ในกรณีของชุมชนเมือง  เรื่องของปัญหารายได้  หนี้สินและความเหลื่อมล้ำมีความเชื่อมโยงกัน  กล่าวคือ  อาชีพที่ไม่มั่นคงแน่นอน  ซึ่งเป็นลักษณะของการหาเช้ากินค่ำโดยส่วนใหญ่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพในลักษณะนี้จะไม่มีช่วงเวลาว่างหรือเวลาส่วนเกินที่เหลือเพื่อการประกอบอาชีพอื่นได้ซึ่งส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้เกิดสภาวการณ์ต่อสู้ดิ้นรนในการดำรงชีพจากการมีรายได้ที่จำกัดแต่ในขณะที่การดำรงชีวิตในเขตเมืองมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง  รวมถึงค่าครองชีพที่สูงกว่าในชุมชนชนบท  ดังนั้น  กลุ่มคนเหล่านี้จึงมีรายได้ที่จำกัด  แต่ในขณะเดียวกันก็มีหนี้สินที่ตามมาสูงโดยอยู่บนพื้นฐานของความไม่มั่นคงในการประกอบอาชีพที่ไม่แน่นอน
ส่วนชุมชนชนบท  เนื่องจากการจำกัดในเรื่องของโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุน  สิทธิที่ดินทำกิน  และมีปัจจัยที่แปรปรวนซึ่งก็คือเรื่องของภัยธรรมชาติ  ซึ่งทำให้ไม่สามารถควบคุมในเรื่องของรายได้ที่แน่นอนได้ในขณะเดียวกันความไม่แน่นอนในประเด็นต่างๆ  เหล่านี้  ก็อาจนำไปสู่การก่อหนี้สินในการประกอบอาชีพที่ตามมา
เพราะฉะนั้นมิติของความยากจน  ความเหลื่อมล้ำ  และการขาดแคลนทรัพยากรในที่นี้จึงมิได้หมายความถึงมิติความยากจนตามมาตรฐานก็คือ  การผ่านเส้นความยากจน  แต่เป็นมิติความยากจนตามสภาพความเป็นจริงก็คือ  มีรายได้แต่มีภาวะหนี้สินที่เกินกำลังความสามารถบนพื้นฐานของความไม่มั่นคงในชีวิต ดังนั้น  ในการแก้ปัญหาต่างๆ  เหล่านี้จะต้องมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงทรัพยากรเพื่อให้เกิดความมั่นคง
การขาดแคลนทรัพยากรที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่วนซ้ำ  ไม่มีทรัพยากรจนไม่สามารถหาทรัพยากรมาเป็นของตนเองได้  การขาดแคลนทรัพยากร  ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม  ความด้อยโอกาส  นำไปสู่ความสามารถที่ต่ำในการที่จะไปหาทรัพยากรได้อีกเช่นเดียวกัน  และในขณะเดียวกัน  นอกจากลักษณะของปัญหาที่วนซ้ำ  ก็ยังมีประเด็นในเชิงกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนลงไปอีก  เช่น  การเข้าถึงที่ดินในบางครั้งที่ดินก็เป็นปัญหาทับซ้อนในเชิงกฎหมายที่กรรมสิทธิ์ทับที่ดินทำกิน  และในเรื่องของการบริหารจัดการสิทธิในที่ดินโดยชุมชนเองไม่สามารถดำเนินการได้  เพราะติดขัดในเรื่องของข้อกฎหมาย  ถึงแม้จะมีโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรได้ก็ตาม  หรือในกรณีของที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในที่ดินของหน่วยงานรัฐซึ่งมีข้อติดขัดทางกฎหมายซึ่งไม่สามารถทำการตกลงกันได้ในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

2.3 ความพยายามในการหาทางออกของปัญหา
จากภาวะความขาดแคลน  การขาดโอกาสในการเข้าถึง  และนำไปสู่ความยากจนทำให้ชุมชนเกิดความอ่อนแอ  และอ่อนด้อยในการคิดแก้ไขปัญหาของชุมชน  ซึ่งในชุมชนจำนวนหนึ่งก็ไม่สามารถที่จะรวมตัวกันเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้  ชี้ประเด็นการหาเช้ากินค่ำ  เอาชีวิตไม่รอดจึงไม่สามารถรวมตัวกันได้  จึงอยู่ในลักษณะตัวใครตัวมันไม่สามารถร่วมมือกันแก้ปัญหาได้ในขณะที่บางชุมชนอาจมีความสามารถในการรวมตัวกันได้  แต่ไม่สามารถที่จะพึ่งพาหรือยืนอยู่บนขาของตนเองได้ต้องอาศัยการร้องขอการแก้ปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  หรือจากหน่วยงานภายนอกซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอ่อนด้อยในการพึ่งพาตนเอง
ดังนั้น  การแก้ไขปัญหาต่างๆ  ส่วนหนึ่งอาจต้องอาศัยปัจจัยจากภายนอกแต่ส่วนหนึ่งที่สำคัญต้องอาศัยพลังการขับเคลื่อน  และความร่วมมือของคนในชุมชนเองบนพื้นฐานของการคิดพึ่งตนเองก่อน

2.4 ความคาดหวังในอนาคตของชุมชน
ความต้องการของชุมชนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ  ชุมชนเมืองต้องการที่อยู่อาศัย  การเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคง  และสวัสดิการ  ในขณะที่ชุมชนชนบทที่มีเวลาส่วนเกินที่เหลือความต้องการจึงมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่มีร่วมกันคือ  สวัสดิการ  โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน  สิ่งที่ต่างกันคือ  การเข้าถึงทรัพยากรในการดำรงชีพ  และการเข้าถึงทรัพยากรในการทำมาหากินทั้งนี้จะต้องอยู่บนพื้นฐานของรัฐเป็นกลไกที่สำคัญในการจัดการสิ่งต่างๆ  เหล่านี้ซึ่งการจัดการในประเด็นต่างๆ  เหล่านี้มิได้เป็นการจัดการในเชิงประเด็นปัญหาเพียงอย่างเดียว  แต่เป็นการจัดการเพื่อการสร้างโอกาส
ความต้องการตามประเด็นต่างๆ  ทั้งหมด  อาจจะต้องพิจารณาถึงนโยบายของรัฐที่ผ่านมาซึ่งจะสามารถตอบสนองปัญหาของชุมชนได้  โดยส่วนใหญ่นโยบายของรัฐที่ผ่านมาจะอยู่บนพื้นฐานของเรื่องที่สำคัญคือ  เรื่องของการสร้างระบบการเงิน ระบบกองทุนต่างๆ  ที่มาสนับสนุนซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากการสนับสนุนจากภาครัฐ  และอีกส่วนหนึ่งมาจากการจัดการโดยชุมชนเองหรือการสร้างระบบเงินกองทุนต่างๆ  โดยชุมชน  แต่อย่างไรก็ตาม  ความสามารถของชุมชนมีจำกัด  เนื่องจากความยากจน  โอกาสและความอ่อนด้อยต่างๆ  ที่มี  เพราะฉะนั้นชุมชนในลักษณะนี้รัฐอาจจะต้องตั้งต้นสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณมากกว่าชุมชนที่มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตัวเองได้
นอกจากการจัดการในเรื่องของทรัพยากร  การจัดการในเรื่องของงบประมาณการสร้างโอกาสให้กับชุมชน  สิ่งที่รัฐต้องทำควบคู่กันไปเพื่อให้ชุมชนสามารถเดินต่อไปได้โดยลดการพึ่งพาลง  ก็คือ  การสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองโดยการสร้างเสริมศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความสามารถทั้งในแง่ของการประกอบอาชีพ  ทักษะการใช้ชีวิต  การบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน  การสร้างการมีส่วนร่วม  และกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดศักยภาพจากภายในชุมชน  โดยอาศัยพื้นฐานที่สำคัญ  ก็คือ  การใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐานหรือเครื่องมือในการสอดแทรกการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

 

 

ส่วนที่ 2
การศึกษาองค์ความรู้และเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผลการศึกษาองค์ความรู้และเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน  มีข้อค้นพบดังนี้

        1) องค์ความรู้ว่าด้วยการพัฒนาและเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ผลจากการสังเคราะห์เอกสารต่างๆ  และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือในการวางรากฐานสู่การขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ พบว่า
องค์ความรู้ว่าด้วยการพัฒนาและเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมในประเทศคือองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง  แผนชุมชน  การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้ที่มีรายได้น้อย  การจัดการทรัพยากรที่ดิน  การจัดสวัสดิการชุมชน  และการพัฒนากองทุนภายในชุมชน  ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญที่จะเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาความยากจนและแก้ไขปัญหาการเข้าถึงทรัพยากร
สำหรับองค์ความรู้ว่าด้วยการพัฒนาและเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมต่างประเทศ คือระบบความช่วยเหลือด้านสังคม  นโยบายสวัสดิการสังคม  และระบบความมั่นคงทางสังคม  นโยบายรัฐสวัสดิการ  และการจัดตั้งธนาคารเพื่อคนจน  ซึ่งนโยบายดังกล่าวในแต่ละประเทศ  เป็นองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการเข้าถึงทรัพยากร  สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความยากจนและการเข้าถึงทรัพยากร  สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในประเด็นดังกล่าวลงได้
จากการสังเคราะห์เอกสารต่างๆ  และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือในการวางรากฐานสู่การขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางการแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหารุนแรงในปัจจุบันและจำเป็นต้องพิจารณาในลำดับต้นคือ  ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความยากจนและปัญหาในเรื่องการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถาวร

        2) ผลการศึกษาพื้นที่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายในระดับต่างๆ  ในพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับองค์ความรู้และเครื่องมือในการวางรากฐานสู่การขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวม  หรือสภาพในระดับมหาภาค  ดังนั้นเพื่อเป็นการฉายภาพ  หรือสะท้อนให้เห็นถึงรายละเอียดขององค์ความรู้และเครื่องมือในการวางรากฐานสู่การขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมในเชิงลึกยิ่งขึ้น  จึงต้องอาศัยข้อมูลในระดับจุลภาคมาประกอบการวิเคราะห์โดยการศึกษากรณีพื้นที่ต้นแบบที่ดีตัวอย่างในระดับชุมชนทั้งในพื้นที่เขตเมืองและพื้นที่เขตชนบททั้งสี่ภาคของประเทศที่สะท้อนถึงความสำเร็จของชุมชนในการแก้ไขปัญหาในอดีตที่ผ่านมาจนสามารถเป็นที่ยอมรับและเป็นพื้นที่ต้นแบบ  ซึ่งการศึกษากรณีพื้นที่ต้นแบบที่ดีตัวอย่างได้สะท้อนถึงรูปแบบ  กระบวนการและกลไกสำคัญของการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือในการวางรากฐานสู่การขับเคลื่อนนโยบายสังคมและกลไกการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสังคมที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น  เพื่อความเข้าใจสถานการณ์โดยละเอียดในด้านมุมต่างๆ  ยิ่งขึ้น


    สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร
โทร.
042-711439-440 โทรสาร. 042-733571
Email :
Sakonnakhon@m-society.go.th
sakonnakhon.m-society@CopyRight2010 reservese.co'ltd limited